ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม สเปอร์ส 1-3 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก  เป็นการเจอเป็นระหว่าง สเปอร์ส vs ลิเวอร์พูล  โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเลือกจัดแผนมาในระบบ 3-43 ด้วยการใข้สามประสานในแผงเกมรุกแดนหน้าเป็น สตีเฟน เบิร์กไวน์, แฮร์รี เคน และ ซน ฮึง-มิน ด้านลิเวอร์พูล เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมเลือกจัดแผนมาในระบบ 4-3-3 ใช้แนวรุกเป็นสามประสาน ได้แก่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งผลปรากฏว่า ทีมเยือนได้ออกนำก่อน 2-0 จาก โรแบร์โต ฟีร์มิโน มาในนาทีที่ 45+4 และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นาทีที่ 47 จากนั้นนาทีที่ 49 ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ส่องไกลสุดสวยให้ สเปอร์ส ตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-2 กระทั่งนาทีที่ 65 ซาดิโอ มาเน จึงมาซัดประตูตอกฝาโลงให้ “หงส์แดง”

อินเตอร์ เฉือนชนะ มิลาน 2-1 ศึกโคปปา อิตาเลีย

วันนี้ขอเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกโคปปา อิตาเลีย เป็นการเจอกันระหว่าง อินเตอร์ vs มิลาน ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกเป็น อินเตอร์ ขึ้นนำออกไปก่อน 1-0 จากการยิงของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิชครึ่งหลัง มิลาน ต้องมาเหลือ 10 คนหลัง อิบราฮิโมวิช โดนใบเหลืองแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากนั้น อินเตอร์ บุกหนัก  จนกระทั่งตามตีเสมอได้มาได้จากจุดโทษของ โรเมลู ลูกากู ในนาทีที่ 71 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะมาได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บ จากฟรีคิกสุดสวยของ คริสเตียน อีริคเซน ส่งผลให้ อินเตอร์ มิลาน ขึ้นชนะ 2-1 ตบเท้าเข้ารอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง ยูเวนตุส หรือ สปาล

ยูเวนตุส เปิดบ้านชนะ โบโลญญ่า 2-0 ศึกเซเรียอา

วันนี้ขอเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกเซเรียอา เป็นการเจอกันระหว่าง ยูเวนตุส vs โบโลญญ่า เปิดเกมมา 15 นาที ยูเวนตุสทำเกมบุกทันทีด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไหลบอลให้ อาร์เธอร์ สับไกหน้าเขตโทษบอลพุ่งแฉลบแนวรับทีมเยือนตุงตาข่าย ยูเวนตุส ขึ้นนำ 1-0นาทีที่ 28 ยูเวนตุส เกือบหนีเป็น 2-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระชากตัดเข้าในก่อนกดด้วยขวาแต่ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ พุ่งเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด หมดครึ่งแรก ยูเวนตุส ยังนำ 1-0 กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังนาทีที่ 49 ทีมเยือนได้ลุ้นตีเสมอ มูซ่า บาร์โรว์  ได้ลากตัดเข้าในเขตโทษก่อนยิงเต็มข้อบอลพุ่งเข้าหาประตูแต่ วอยเซียจ เชสนี่ พุ่งปัดทิ้งไว้ได้ นาทีที่ 61 ยูเวนตุส ยังครองเกมบุกต่อเนื่อง ฆวน คัวดราโด้ กระชากเข้าเขตโทษไปกดมุมแคบแต่ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ทุบทิ้งเอาไว้ได้อีกหน ในนาทีที่ 71 ยูเวนตุสมาได้ลูกเตะมุุม ฆวน คัวดราโด้ เปิดโด่งไปหน้าประตูถึง

แมนซิ เปิดบ้านชนะท้ายเกม แอสตันวิลลา 2-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก เป็นการเจอกันระหว่าง แมนซิ vs แอสตันวิลลา โดยผลปรากฎว่า ครึ่งแรก แมนซิ ยังได้เจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้ จึงทำให้จบครึ่งแรก แมนซิ ยังเสมอ แอสตัน วิลลา อยู่ที่สกอ 0-0ครึ่งหลัง ในนาทีที่ 79 กลายเป็นว่า แมนซิ มาได้ประตูขึ้นนำออกไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ โรดรี จ่ายบอลให้ แบร์นาโด ซิลวา ทำการกระชากมาหน้าเขตโทษ ก่อนซัดด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม ในนาทีที่ 90 แมนซิ ได้จุดโทษ และเป็น อิลคาย กุนโดกัน รับหน้าที่สังหารไม่พลาดพาแมนซิ หนีเป็น 2-0

อาร์เซน่อล เปิดบ้านรัวยับ นิวคาสเซิล 3-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก เป็นการเจอกันระหว่าง อาร์เซน่อล vs นิวคาสเซิล อาร์เซน่อล ต้องรอจนถึงนาทีที่ 50 กว่าที่พวกเขาจะได้ประตูเบิกร่อง 1-0 โดยเป็นจังหวะที่ โธมัส ปาร์เตย์ ทิ้งบอลยาวจากแนวลึกตั้งแต่หน้าเขตโทษของตนเองให้ โอบาเมยอง ควบไปหลุดเดี่ยวเลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษก่อนตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ ตุงตาข่ายได้ให้หลังจากนั้นอีก 10 นาที อาร์เซน่อล หนีห่างเป็น 2-0 เ มื่อ เอมิล สมิธ โรว์ หลุดไปถึงกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนตบเลียดย้อนกลับมาให้ ซาก้า แท็ปอินจังหวะแรกบริเวณจุดโทษ บอลไปซุกที่ก้นตาข่าย ลูกทีมทางของ มิเคล อาร์เตต้า ได้ประตูตอกฝาโลง 3-0 ในนาทีที่ 77 จากช็อตที่ เซดริก โซอาเรส เลี้ยงจึ้ไปถึงสุดเส้นหลังที่กรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนเปิดยัดเลียดให้กับ โอบาเมยอง ตั้งเท้าแปในระยะเผาขนสู่ก้นประตูโล่งๆ และจบเกมไปด้วยสกอร์ 3-0

เรอัลมาดริด เปิดบ้านพ่าย แอธเลติกบิลเบา 1-2 ตกรอบรอบชิงซูเปอร์คัพ

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันศึกฟุตบอลซูเปอร์คัพ สเปน เป็นการเจอกันระหว่าง เรอัลมาดริด vs แอธเลติกบิลเบา  ซึ่งผลปรากฏว่า แอธเลติกบิลเบา ได้ออกสตาร์ตเยี่ยม ขึ้นนำไปก่อน 2-0 จากการเหมาคนเดียวของ ราอูล การ์เซีย กองหน้าตัวเก๋าในนาทีที่ 18 และ 38 จากจุดโทษ ได้เข้าสู่ครึ่งหลัง เรอัลมาดริด  ได้บุกหนักหวังทวงประตูคืน ก่อนจะมาได้ประตูตีตื้นเป็น 1-2 ในนาทีที่ 73 จาก คาริม เบนเซมา แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน จบเกม แอธเลติกบิลเบา เฉือนชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ บาร์เซโซนา โดยจะเล่นกันที่สนามเอสตาดิโอ เดอ ลา การ์ตูฆา ในเมืองเซบีญา ในวันอาทิตย์ที่ 17 ม.ค. นี้

อาร์เซนอล เปิดบ้านเสมอ คริสตัลพาเลซ ไร้สกอร์ 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก เป็นการเจอกันระหว่าง อาร์เซนอล vs คริสตัลพาเลซ เปิดเริ่มเกมเป็นทางปืนใหญ่ที่เดินหน้ากดดันต่อเนื่อง และมีลุ้นในนาที 20 จากจังหวะตัดในของ ปิแอร์ เอเมริค-โอบาเมยอง หวดเต็มเท้าโดน บีเซนเต้ ไกวต้า ได้ป้องกันเอาไว้ได้ เป็นโอกาสทองของ พาเลซ  ในนาที 38 จากลูกฟรีคิกที่ทาง เอเบเรชี่ เอเซ่ บรรจงเปิดมาให้กับ เจมส์ ทอมกินส์ ขึ้นสูงกว่า ร็อบ โฮลดิ้ง ก่อนจะโขกส่งบอลเช็ดคานออกไป ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที ทีมเยือนลุยมาให้หนนี้เป็น ไทริค มิตเชลล์ ครอสจากทางซ้ายให้ คริสติย็อง เบนเตเก้ โขกเช็ดไปเสาไกลแต่โดน แบร์นด์ เลโน่ พุ่งปัดไว้ได้ทันเวลา ครึ่งหลังลงมาไม่ถึงนาที อาร์เซนอล มีเสียวจากจังหวะที่ บีเซนเต้ ไกวต้า ได้ทำการชกบอลออกมาเข้าทาง เอ็คตอร์ เบเยริน แต่งหนึ่งจังหวะแล้วยิงสวนหลุดเสานิดเดียว รูปเกมยังคงแลกกัน แต่ว่าในนาที 73 ปืนใหญ่ ได้ลุ้นจากเตะมุมทางขวา บูกาโย่

สเปอร์ส เปิดบ้านเสมอ ฟูแลม 1-1 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก  เป็นการเจอกันระหว่าง สเปอร์ส vs ฟูแลม โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการเจ้าบ้าน จัดแผนมาในระบบ 4-2-3-1 ใช้หน้าเป็นเป็น แฮร์รี เคน ทำเกมรุกร่วมกับ มุสซา ซิสโซโก้, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล และ ซน ฮึง-มิน ส่วนทีมเยือนของ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ จัดแผนมาในระบบ 3-4-1-2 โดยใช้หน้าต่ำ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้า บ็อบบี้ รีด และ อิวาน คาวาเลโร โดยสรุปผล ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ได้เปิดบ้านเสมอ ฟูแลม 1-1 โดยเจ้าบ้านออกตัวดีขึ้นนำก่อน 1-0 จากการพุ่งโหม่งของ แฮร์รี เคน นาทีที่ 25 ทว่า ฟูแลม ก็มาทำการตีเสมอเป็น 1-1 ได้จากการโหม่งของ อิวาน คาวาเลยโร นาทีที่

บาเยิร์น แพ้จุดโทษ โฮลชไตน์ คีล 6-5 ศึกเดเอฟเบ โพคาล

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกเดเอฟเบ โพคาล เป็นการเจอกันระหว่าง โฮลชไตน์ คีล vs บาเยิร์น เปิดเกมมาได้เพียง 14 นาที บาเยิร์น ก็ทำการขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเปิดทางขวา บูนาร์ ซาร์ เปิดเข้าหัว โธมัส มุลเลอร์ โขกไปโดน โยอันนิส เกลิออส เข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนล้ำหน้าซ้ำเข้าประตูไป แต่ทาง โฮลชไตน์ คีล ตีเสมอ ในนาที 37 ยานนิค เดห์ม ได้ทำการวางยาวจากแดนตนเองไปให้ ฟิน บาร์เทลส์ กระชากหนีกองหลังก่อนจะยิงผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไป เริ่มครึ่งหลังลงไปได้ 3 นาที บาเยิร์น ออกขึ้นนำได้อีกครั้งเป็ย 2-1 จากฟรีคิกหน้าประตูเยื้องมาทาขวานิดหน่อย ลีรอย ซาเน่ ปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งข้ามกำแพงเสียบตาข่ายสุดสวย  ในนาทีที่ 66 พี่เสือ มีลุ้นอีกครั้ง รอบนี้เป็นทาง

แมนซิ เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน 1-0 ยึดที่ 3 ศึกพรีเมียร์ลีก

วันนี้ขอนำเสนอการแข่งขันฟุตบอลศึกพรีเมียร์ลีก เป็นการเจอกันระหว่าง แมนซิ vs ไบรท์ตัน  ในครึ่งแรกเป็นฝ่ายของ แมนซิ มาจัดการพังประตูขึ้นนำ ไปก่อน ในนาทีที่ 44 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ไหลบอลให้ ฟิล โฟเด้น แล้วยิงด้วยขวาเรียดเบียดโคนเสาอย่างเฉียบคม ส่งให้แมนซิ ออกนำ 1-0 โดยครึ่งหลังเจ้าบ้านมาได้จุดโทษในช่วงทดเวลานาทีทีที่ 90+2 จากจังหวะที่ที่ เดอ บรอยน์ ไปโดน โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูไบรท์ตันสกัดล้มลงไป แต่ผู้รับหน้าที่สังหารอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง กลับยิงโด่งข้ามคานไปแบบหมดลุ้น ผลปรากฏว่า แมนซิเชือดชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หวุดหวิด 1-0 ทำสถิติคว้าชัยในลีก 4 เกมรวด โดยเจ้าบ้านได้ประตูชัยจาก ฟิล โฟเดน มิดฟิลด์เด็กสร้าง นาทีที่ 44ในขณะที่ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 แมนซิ กลับพลาดโอกาสได้ประตูที่